[EN] [FR] [DE] [ES] [PT] [IT] [AR] [JP] [KR]

ผู้เขียน หัวข้อ: ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57  (อ่าน 1717 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ เจมส์

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 7779
  • สมัครสมาชิก: 01, 2008

  • เพศ: ชาย
    • www.rc-plus.net
ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57
« เมื่อ: 01 กรกฎาคม 2014, 21:05:58 »
   ต้องบอกว่าเป็นโอกาสดีอีกครั้งแล้วครับ
ที่ผมได้ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยที่ห่างกันไม่ทันจะปี  :X1:
ประสบการณ์ท่องเที่ยวจากครั้งก่อน ช่วยให้ครั้งนี้เดินทางได้อย่างไม่ลำบากนัก
แล้วก็ได้ญาติกัน ที่ทำงานอยู่ญี่ปุ่น มาช่วยเป็นไกด์ให้สองวันด้วย

ทริปครั้งนี้เริ่มต้นเดินทางกันจากเมืองไทย
ไปลงสนามบินนาริตะ สนามบินที่นี่
แม้ว่าดูไม่ใหม่เอี่ยมอย่างที่อื่นๆ
แต่ผมว่าก็ไฮเทค และสะดวกสบายเพียงพอครับผม
และชอบมากๆตรงชั้นบน มีวิวให้เข้าไปดูเครื่องบิน ตอนเทคอ๊อฟได้เลย
เคยอ่านเจอ เค้าว่าการมาดูอะไรประเภทนี้ อาจจะช่วยจุดแรงบันดาลใจ
ให้วัยเด็กหลายๆคนได้ทำตามฝันครับ


นี่เป็นวิวภายในโรงแรมที่ associa yokohama ที่ผมมาพักคืนแรก
โปร่งโล่งสบาย เอาแสงเข้าตึกจากข้างบนเลย


สถานที่แรกที่จะไป คือ china town ครับ
ที่นี่จัดเป็นย่าน china town ที่ใหญ่ที่สุดอีกด้วย
คาดว่าเดินกันสองวันก็ยังไม่หมด
แนะนำอาหารระแวกนี้ ที่ค่อนข้างถูกปากชาวไทยอย่างเราๆครับ




เสร็จแล้วเดินมาอ่าวโยโกฮาม่า
มีเรือรบลำใหญ่ จอดโชว์อยู่ครับ


นั่งเรือลำนี้ชิวๆ ไปอีกฝั่งนึงของอ่าว
แต่จริงๆเมื่อยขา เดินไปต่อไม่ไหว 555
บรรยากาศในเรือ แอร์เย็น โคลงไปมานิดนึง
นอนหลับกันไปตื่นนึงได้  ;D


และแน่นอน สำหรับทัวร์อย่างเราๆ
ช้อปปิ้งเป็นเป้าหมายหลัก แวะห้าง queen square yokohama


นี่เป็นสัญลักษณ์ ไอค่อนของเค้า ทำตระหง่านไว้ด้านหน้า


และวันที่สองสตาร์ทกันด้วยพิพิธภัณท์เลย cupnoodle museum
เป็นอีกที่ ที่น่าสนใจมากครับ
เพราะไม่ใช่พิพิธภัณท์ที่น่าเบื่อครับ
มีกิจกรรมประกอบตลอดรายการ อยู่ครึ่งค่อนวันโดยไม่เสียดายเลย

ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆอ่าวโยโกฮาม่าเลยครับ
เดินมาใช้เวลาไม่ถึงสิบนาที


หน้าตาสถานที ดูเรียบๆ ไม่สังเกต ป้ายชื่อ ไม่เห็นแน่


มีห้องโชว์สินค้า ของ cupnoodle


ห้องวีดีทัศน์อธิบายความเป็นมาของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
ที่เล่าว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เกิดมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่2
ที่ผู้คนต่อคิวทานบะหมี่กันอย่างยากลำบาก
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เกิดจากการสังเกต คุณแม่ไปทอดของให้แห้ง เพื่อเก็บรักษาได้นานๆ


ห้องจะเป็นห้องมายา ที่เราเข้าไปยืนในบริเวณต่างๆ
กล้องจับภาพในองศาที่ต่างออกไป ทำให้ตัวคนเสมือนใหญ่ขึ้น


และหากคุณลงทะเบียนเช้าพอ หรือจองล่วงหน้า
ก็มีคอร์สอบรม ทำเส้นบะหมี่อีกด้วย


สำหรับใครที่ไม่ทัน
ทางพิพิธภัณท์ เตรียมให้คุณได้ปรับแต่งบะหมี่ cupnoodle ในแบบของคุณเอง
ตั้งแต่กระบวนการเขียน ออกแบบกราฟฟิคที่ข้างกระป่อง
รวมไปถึงเลือกรสชาติเครื่องปรุงที่จะใส่ไปในบะหมี่




ไม่ใช่แค่นั้นครับ บริเวณด้านบนของพิพิธภัณท์ ยังทำเป็นตลาดย้อนยุค
ที่บรรจุเอาร้านขายบะหมี่ ก๋วยเตี๋ยวจากชาติต่างๆมารวมกัน
ไม่ว่าจะเป็นจากไทย อินโด เวียดนาม และอื่นๆ
บรรยากาศแนวงานวัดยังไง อย่างงั้นเลย


เสร็จแล้วก็เดินย้อนออกมา ที่ตึกแดง
ที่นี่เป็นท่าเรือเก่า แล้วดัดแปลงเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดย่อม
ที่มีร้านอาหาร และร้านค้าขายของกิ๊บเก๋แนวๆ
น่ามาเยี่ยมชมกันครับ


วันที่สาม พอดีได้ซื้อ one day trip ของที่ญี่ปุ่นเค้าครับ
เดินทางแต่เช้าตรู่จากชินจูกุ ใช้เวลาอีกราว 2ชั่วโมง
มาประมาณรีสอร์ท yuzawa goken มีขึ้นกระเช้าไปบนเขาด้วย
แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะวันนี้ฝนตก


บรรยากาศที่นี่ อารมณ์ประมาณเดียวกับไร่ทองสมบูรณ์เลยครับ
มีเครื่องเล่น ให้เล่นได้หลากหลาย
แต่ฟ้าฝนแบบนี้ คงได้แต่เดินถ่ายรูป แล้วก็รีบกลับขึ้นรถครับ




อันนี้ถ่ายภาพกับคุณแม่ครับ  :Y9:


ได้เวลาพักกลางวันพอดี
เที่ยวนี้ไม่ใช่ไก่กาครับ
พักทานอาหาร ด้วยเมนูปูยักษ์
กว่าจะทานหมด ทั้งแคะแกะเกา
เล่นเอาเหนื่อย แต่ได้รสชาติที่หวานจากธรรมชาติแท้ๆ
นั่งใกล้สาวญี่ปุ่นอีกต่างหาก :)






และบ่ายๆอาจเป็น hilight สำหรับสาวๆหลายคน
ทัวร์พาไปไร่เชอรี่ครับ และให้เราสามารถทานเชอรี่สดๆได้จากสวน
ไม่จำกัดจำนวนอีกด้วย ข้อแม้แค่ว่าไม่ให้นำกลับ และทานในที่ที่จัดให้เท่านั้นครับ




วันที่4 จากคราวก่อน ที่ไปเต็มที่ใน tokyo disneysea
       วันนี้ขอมาเต็มๆกับ disneyland กันบ้าง
        ตื่นเช้าตรู่ นั่งรถของทางโรมแรม ที่มาส่งดีสนีย์กันตั้งแต่ 7.30
       แต่ขอโทษเปิดให้เข้าไปเล่นจริงๆ ตอนเก้าโมงครับ
        เปิดปั๊บ อย่างที่เห็นในภาพ
        เด็กๆวิ่งอย่างสุดฝีเท้า ให้ถึงเครื่องเล่นที่ตัวเองหมายตาไว้ อย่างโดยเร็วที่สุด


แม้จะอยู่ในวัยกลัดมัน
แต่ขอบอกว่า เครื่องเล่นประเภทนี้
เสียวสุดๆ และเสียวอย่างประหลาดด้วย 555


หลังจากเสียวไปหลายๆรอบ
กลัวหัวใจจะกระโดดหนีจากร่าง
ก็มานั่งรถไฟชมเมือง
นั่งเรือลัดเลาะไปตามน้ำแทน
สบายใจ สบายกายขึ้นเยอะเลย




ผมยังมีโอกาสได้ประลองฝีมือ
ขับขี่กับเด็กตัวน้อยๆด้วย
ต่อแถวไป ก็อายเค้าไปนะ
เพราะมีแต่เด็กประถมเห็นจะได้ 555


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อครับ
สาวกดีสนี่ย์ เค้ามานั่งรอขบวนพาเลซ
แล้วก็พกพาเอาตุ๊กตามิกกี้ กันตั้งแต่เช้าสาย
อย่างกับมาเปิดร้านค้าขายตุ๊กตาแบกับดินเลย


ขอมีรูปสักหน่อยครับ เดี๋ยวเพื่อนๆหาว่าไม่มาจริง


วันที่5ครับ ตื่นกันแบบสายๆเลยวันนี้
    แล้วเดินทางมาวัด meiji อยู่บริเวณชิบูย่า
     จัดว่าเป็นวัดที่มีต้นไม้เยอะมาก
     ร่มรืน แม้ว่าจะอยู่ใกล้เมืองขนาดนี้


ข้างหลังรู้สึกว่าเป็นถังใส่สาเกนะครับ


วัดไมจิ ค่อนข้างดังมากครับ
มาแล้วรู้สึกสงบจิต สงบใจต่างกับเมืองรอบๆเลย


มีต้นไม้ขนาดใหญ่ และแผ่นป้ายอธิฐานที่ด้านล่าง


เอาน่า มาหลายวัน
จัดอาหารไทยกันสักหน่อย
ทุกมื้อที่อยู่ต่างแดน แล้วได้กินอาหารไทยอีกครั้ง
จะอร่อยกว่าปกติ หลายเท่าตัวเลย
ทั้งรสชาติ และราคา  :X2:


วันที่ 6 ครับเขตที่ผมอยู่คือ kinshicho มองลับๆก็เห็น tokyo skytree
        เช้าวันนี้จึงมาจัดที่นี่เป็นแห่งแรก


เป็นอีกที่ ที่อยากแนะนำให้หลายคนมาครับ
ทั้งของกิน ของช้อปให้บรรยากาศที่หลากหลายดี
ไม่ค่อยซ้ำแนวกับห้างในเมือง


การเดินทางขึ้นไปดูวิวด้านบน มีค่าใช้จ่ายครับ
รู้สึกว่าประมาณ 2000เยน ไปที่ระดับความสูง 350m


และหากจะไปที่สูงกว่านั้น ก็เสียเงินต่ออีกทอดนึงครับ
แต่กับวิวด้านบน 360องศาแค่นี้ก็เกินจะพอ
เมืองเห็นได้เกือบทั้งหมดของโตเกียว
เสียที่ว่ามีหมอกและฝน จึงมีมุมมองแคบไปนิดนึง


สำหรับชายหัวใจเกินร้อยอย่างผม
เจอพื้นแบบนี้ พูดแบบไม่อายเลยว่า
ไม่คิดจะไปแตะมันเลย 5555


แล้วช่วงกลางวัน ก็เดินทางมายังวัด senjoji หรือที่คนไทยรู้จักกันง่ายๆ ว่าวัดโคมแดงครับ


ถนนถัดจากประตูโคมแดง เป็นถนนย่านช้อปปิ้งที่มีร้านค้าเรียงรายกันเยอะไปหมด


และชาวอาร์ซีอย่างเรา
เรดาร์มีกันอยู่ทุกคนอยู่แล้ว
เจอของเล่นปั๊บ หันควับ แล้วถ่ายภาพมาให้ชมกัน


นี่เป็นภาพบริเวณของวัดจริงๆครับ ผู้คนหลั่งไหลกันทั้งวันเลยทีเดียว
คนไทยและต่างชาติก็เยอะไม่แพ้กัน


วันที่ 7 ของติดไม้ติดมือยังไม่ค่อยจะมี วันนี้จึงวางแผนไปตามสถานที่ช้อปเป็นส่วนใหญ่
         โดยแพลนไว้ว่าจะต้องมาเยี่ยมร้าน Muji สาขาใหญ่สุดในโลก
         อยู่ที่ yurakucho เรียกว่ามาที่นี่ สามารถสร้างเป็นบ้านมุจิได้เลย ตั้งแต่โครงบ้าน ยันของตกแต่ง




ผ่านมาเจอผู้ใหญ่แนวๆของญี่ปุ่นเค้า
ทำเก๋ไก๋ด้วยการจูงแปรงขัดห้องน้ำมาเดินเล่นแทนสิ่งมีชีวิตเลี้ยง
จัดว่าเท่ห์ และหาคนทำตามได้ยากทีเดียว  :Z1:


จากนั้นเดินกันอีกสักพักใหญ่ มาถึงย่านกินซ่า เพื่อตามหาร้านขนมอร่อยๆ


อย่างนึงที่ผมชอบญี่ปุ่น นอกจากดารา AV แล้ว
บ้านเมืองที่มีขนาดตึกแถวเล็กๆ สามารถออกแบบบ้านเรือน กันได้แหวกแนว
และมีประโยชน์ใช้สอยมากจริงๆ ไม่ซ้ำแบบกันอีกด้วย


ส่งท้ายของวันนี้ เรามาย่าน ikebukuro
แม้ว่าย่านนี้จะไม่ค่อยนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
แต่มีหลายๆอย่าง ที่น่ามาชมครับ


ร้าน Bic camera outlet ที่รวบรวมเอาสินค้าค้างสต็อกและตกรุ่น มารวมกันในสาขานี้
ไปเจอกล้อง canon G1X รุ่นเดียวกัน เปิดราคาตีเป็นเงินไทยหมื่นบาทถ้วนซะงั้น


มีทั้งห้าง sunshine city ,tokyu hand และอื่นๆที่ไม่ได้จับภาพมาครับ

       ส่งท้ายวันที่ 8 วันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่ยังใช้ชีวิตตลอดวันที่โตเกียว  จึงมีโปรแกรมแน่นหน่อย
           เริ่มกันตั้งแต่เช้าหน่อย หาอะไรทาน จึงมุ่งหน้ามาที่ตลาดปลาสึคิจิ ที่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก


ตลาดปลา จะมีอาหารทะเล มีด และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับตลาดปลาไว้จำหน่ายเยอะมากครับ
อาหารแห้งปลาหมึก หรืออื่นๆอะไรก็มี


แต่ที่สำคัญที่สุด หลายท่านชอบที่จะมาตลาดปลา
เพราะมาทานร้านซูซิ ที่ได้วัตถุดิบใหม่สด
ทำให้อร่อยสุดๆได้กว่าร้านในเมือง


กลางวันเก็บตกของฝากกันอีกรอบครับ
มาตึกม่วง หรือเรียกว่า takeya
ที่คิดว่าของฝาก ขนม เครื่องสำอางถูกสุดๆแล้ว
คุณผู้หญิงมา ต้องเสียเวลากันทั้งวันอย่างแน่นอน




หลังจากช้อปเสร็จ ฝากกระเป๋าไว้ตามสถานีรถไฟ
เราก็เดินทางมาต่อกันที่ Odaiba เลยครับ
ที่นี่จะมีเส้นทางรถไฟที่แยกขาดจากตัวเมืองอีกทีครับ
การเดินทางไม่ยากนัก แต่ว่าค่อนข้างไกลเหมือนกัน




จากสถานี tokyo teleport เข้าสู่ห้างอะไร จำชื่อไม่ได้ :0
แต่ว่าลักษณะคล้ายกับเวเนเซียลที่มาเก๊าเลยครับ
คือมีท้องฟ้าจำลอง ภายในตัวห้าง
เดินแล้วรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย


ที่นี่ toyota มีทำพิพิธภัณท์ประวัติศาสตร์รถยนต์อีกด้วย
มีรถหรูๆ และหายาก มาจัดให้ชมกันอย่างฟรีๆ
คุ้มค่าและน่ามามากครับ ยิ่งคนชอบรถอย่างเราๆ


และที่สำคัญของการมาที่นี่คือ
ร้านอาหารเกาหลี ย่างเนื้อวากิว
เนื้ออ่อนนิ่ม ละลายในปาก
หวาน อร่อยติดในความทรงจำเลย
นึกแล้ว ก็อยากไปกินอีก


และยังไม่ถึง 3ทุ่ม
toyota web ที่อยู่ในบริเวณนอกตัวห้าง แต่ไม่ไกลกัน
ก็มีโชว์รถสมัยใหม่ ของทางโตโยต้าเองครับ
ไฟล์รูปมีเยอะมาก ลงไม่หมด
ขอเอารุ่นนี้มาโชว์ละกัน เพราะไม่เห็นมาทำตลาดในบ้านเรา


คลาดเคลื่อนไปนิดเดียว
เค้าจะมีจัดงานโชว์รถบังคับของทามิย่าในสถานที่นี่เหมือนกัน
แต่ผมดันไปเร็วซะ 1 วัน
เลยไม่ได้ร่วมงานดังกล่าว มีทั้งรถไต่และหัวลากเลย


พอสามทุ่ม เค้าก็ไล่ออกจากสถานที่
และปิดทริปของวันนี้เอง
ผมก้ได้ไปเดินเพื่อถ่ายภาพกับกันดั๊ม ตัวขนาดเท่าจริง
เป็นภาพส่งท้ายกระทู้ครับ


สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่าน
ที่ติดตาม เข้ามาอ่านกันนะครับ
รูปอาจจะเยอะไปหน่อย
เพราะไปหลายมัน เกรงว่าสรุปหยาบๆ จะทำให้ไม่ได้อรรถรสการอ่าน

ส่วนเพื่อนๆพี่ๆท่านไหนมีข้อเสนอแนะ
หรือมีสถานที่เที่ยวแนะนำ
ส่งข้อความเข้ามาได้นะครับ
เผื่อโอกาสหน้าจะได้ไปเยี่ยมเยือนกัน
และนำมาเผยแพร่เช่นนี้อีก
 
ราตรีสวัสดิ์ครับทุกคน  :Y9:

       


ติดตาม สมาชิกให้ Thank You ที่โพสของคุณ:


ออฟไลน์ ป้อม....ครับ

  • Global Moderator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 13889
  • สมัครสมาชิก: 01, 2008

  • ป้อมครับ
    • http://pom2550.multiply.com/
Re: ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 02 กรกฎาคม 2014, 10:46:27 »
ไหนบอกไปกับแฟนไงแอดมิน ไหนภาพคู่กับแฟน :X2:
เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่ เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย 
ใครชอบ ใครชัง ช่างเถิด ใครเชิด ใครชู ช่างเขา ใครด่า ใครบ่น

ออฟไลน์ Chuchat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 46
  • สมัครสมาชิก: 04, 2013

Re: ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 03 กรกฎาคม 2014, 15:59:36 »
ดูเพลินเลยครับ ขอบคุณครับ :Z3:

ออฟไลน์ ravi

  • เล่นๆเข้าไปเฮ
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 775
  • สมัครสมาชิก: 09, 2008

  • เพศ: ชาย
Re: ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2014, 10:05:30 »
   ไปญี่ปุ่นทุกครั้งถึงจะไปซั้าที่เดิมก็ยังน่าไปอยู่ครับ

RC-PLUS webboard

Re: ภาพมาแล้วทริป yokohama และ tokyo 6.57
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 05 กรกฎาคม 2014, 10:05:30 »

 

Back to top